พระเครื่องไทย ศิลปะ วิทยาศาสตร์
จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560
เรื่องพระสมเด็จ เรียนรู้ตาม อาจารย์ รังสรรค์ ต่อสุวรรณ / rangsan torsuwan fanpage
https://www.facebook.com/rangsantorsuwan/
วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ตามรอยพระสมเด็จ ช่างหลวง
วิธีแกะแม่พิมพ์
วิธีแกะพิมพ์ทรงของแม่พิมพ์ต่างๆซึ่งจะแยกออกไปหลายพิมพ์ตามการออกแบบของหัวหน้าช่าง (ยศตามราชการ เช่น หลวง หมู่ ) แต่วิธีการแกะจะเหมือนกัน การเรียนศิลป์คงต้องมีหลัักการในการเรียนการสอน เพื่อให้ลักษณะของการแกะเหมือนกัน วิธีการเก็บงานสวยงามเหมือนกัน โดยพิจารณาได้จาก พระสมเด็จที่แกะพิมพ์ออกมา ซึ่งจุดสังเกตุ หลักๆนั้น มีอยู่หลายจุด เช่น เกศของพระพิมพ์ใหญ่ที่เกิดจากการงัดและสบัดข้อมือไปทางซ้ายไม่ต้องฝืนธรรมชาติ แต่ก็มีงัดไปทางขวาบ้างเพื่อสร้างจุดแตกต่าง เกศก็จะมีองศานิดๆ ไม่ค่อยตรงแข็งทื่อๆ ส่วนพิมพ์อื่นๆรายระเอียดจะมีมากกว่า การแกะต้องมีรอยต่อตรงมุมขวาของซุ้มครอบแก้ว รอยต่อของแขน ซึ่งรอยต่อนี้จะเห็นได้ ส่วนใหญ่ต้องตะแคงข้างดูถึงจะเห็นรอยต่อ และการแกะองค์พระจะเริ่มจากแขนขวา ขึ้นไปทางไหล่ขวา เข้าอกขวาลงท้องขวา แล้วจากท้องซ้าย ขึ้นมาที่อกข้างซ้าย ออกไหล่ซ้าย เข้าสู่แขนซ้าย แล้วแกะหน้าตักกับขา ทางปลายจีวรแกะแขนผ่านหน้าตักซ้าย หน้าตักขวา แล้วไปบรรจบที่แขนขวา จุดพิจารณาอีกจุดคือปลายฐานแรก ด้านซ้ายซึ่งจะเป็นการเก็บงานโดยวิธีงัดขึ้น ปลายฐานจะเชิดขึ้นไปทางด้านบน ดูคล้ายๆหัวเรือ การแกะฐานล่างอีก 2 ฐานก็จะเป็นในลักษณะแบบนี้ คือ แกะกดทางขวา แล้วค่อยๆไล่ไปทางซ้ายมือ ปลายสุดจะค่อยๆงัดขึ้น การจำแม่พิมพ์กับเลือกจำวิธีการแกะแม่พิมพ์นั้น ควรที่จะเลือกจำวิธีการแกะแม่พิมพ์ จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า จะไปจำตำหนิ ตรงนั้นตรงนี้ เหตุผลคือ ไม่มีช่างหลวงคนไหนสิ้นคิดที่จะไปแกะพิมพ์ให้เหมือนคนอื่น แล้วจะได้เลื่อนยศ เลื่อนขั้นได้อย่างไร ผลงานเป็นตัวบอกฝีมือ แล้วบอกว่าที่หลวงท่านนั้นท่านนี้เป็นคนแกะแม่พิมพ์นะครับ กว่าจะได้เป็นหลวงอายุเท่าไหร่แล้ว สายตาจะเป็นปกติอยู่หรือเปล่า ใช้ช่างในสังกัดเป็นคนแกะพิมพ์ไม่ดีกว่าหรือ แต่ให้หลวงท่านนั้นเป็นคนกำหนดลักษณะ ทรงพิมพ์โดยการวาดให้ดู จะง่ายกว่าไหม ส่วนตัวพระเกจิ จะเป็นคนที่มาแกะแม่พิมพ์ เชียวหรือ แค่กิจนิมนต์ สอนหนังสือ ภาระกิจประจำวัน ปฏิบัติกรรมฐาน นั่งฌาณฝึกสมาธิก็หมดเวลาแล้วมั้งครับ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ทำพระเครื่องก็จะเป็นช่างที่อยู่ในวัด ซึ่งอาจจะออกมาไม่สวยเหมือนช่างหลวงที่คัดฝีมือมาอย่างดี พระเกจิที่นับถือ เราก็ไปขอผงมงคล ที่ท่านตั้งจิตเขียนคาถาแล้วลบ มาเป็นผงพุทธคุณ นำมาผสมส่วนการนำพระออกจากแม่พิมพ์ น่าจะใช้วิธีแคะพระออกจากแม่พิมพ์ อาจจะมีการโย้ไปบ้างของพระ อาจจะนำมาเป็นจุดสังเกตุได้ ส่วนด้านหลังพระ ความเป็นไปได้น่าจะเป็นหลังเรียบเกือบทั้งหมด การนำไปผึ่งลมอาจจะใช้ใบตองมารองไว้ก่อน เพราะในใบตองจะมีไขเวลาเอาออกจะไม่ติด แต่จะทำให้หลังเป็นร่องของใบตอง ส่วนความแตกต่างของหลังพระ อาจเกิดได้หลายกรณี ไม่ว่าการนำพระไปใส่ทำให้พระเกิดการหดตัว รวมทั้งการจุ่มรัก ความแตกต่างของอุณหภูมิที่พระได้สัมผัส ซึ่งตัวแปรต่างๆนี้ ทำให้ลักษณะพระไม่เหมือนกัน
วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556
พิจารณาพระโลหะ ด้วยวิทยาศาสตร์เบื้องต้น
การศึกษาพระโลหะ
พระโลหะต่างๆนั้นถ้าเราศึกษาอย่างจริงจังแล้วนั้น
เราต้องพิจารณาดูว่าโลหะที่เป็นมงคลนั้น คนสมัยโบราณท่านใช้โลหะอะไร
ซึ่งคงจะไม่พ้น ทองคำ เงิน นาก( ทองแดง ผสม ทองคำ ) ซึ่งไม่ว่าจะทำพระชนิดใดจะต้อง
มีโลหะมงคลผสมอยู่ไม่มากก็น้อย ดังนั้นในการพิจารณาว่าเป็นพระแท้
หรือพระปลอมจะต้องนำคุณสมบัติของโลหะ ของแต่ละชนิดมาพิจารณาประกอบด้วย
เพราะโลหะแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัว หรือที่เรียกว่า ค่าความถ่วงจำเพาะ
(หรือค่าความหนาแน่นของโลหะ) ซึ่งโลหะในแต่ละชนิดจะไม่เท่ากัน โดยนำมาเทียบกับน้ำ ที่มีค่าเป็นหนึ่ง
ตารางความหนาแน่นของสสารชนิดต่าง
ๆ
|
|
ค่าความหนาแน่นในหน่วย kg/m3
|
ค่าความถ่วงจำเพาะ
|
อิริเดียม
22650
|
|
ออสเมียม
22610
|
|
แพลทินัม
21450
|
|
ทองคำ
19300
|
19.300
|
ทังสเตน
19250
|
|
ยูเรเนียม 19050
|
|
ปรอท
13580
|
|
แพลเลเดียม
12023
|
|
ตะกั่ว
11340
|
11.340
|
เงิน
10490
|
10.490
|
ทองแดง
8960
|
8.960
|
เหล็ก
7870
|
|
ดีบุก
7310
|
|
ไทเทเนียม
4507
|
|
เพชร
3500
|
|
อะลูมิเนียม
2700
|
|
แมกนีเซียม
1740
|
|
น้ำทะเล
1025
|
|
น้ำ
1000
|
1.000
|
จะเห็นได้ว่าทองคำ
มีค่าความหนาแน่นสูงมาก เมื่อเทียบกับโลหะชนิดอื่นๆ เป็นดั่งคำที่นักสะสมพระท่านสอนไว้ว่า
ให้เก็บพระที่ตึงมือสำหรับพระโลหะ จากที่เราดูคุณสมบัติของโลหะ
เพียงเราหยิบมาก็จะรู้แล้วว่า มีทองคำผสมอยู่หรือไม่ เพราะถ้าไม่มีทองคำผสมเราจะถือว่าเป็นพระปลอมทั้งหมด
มันเป็นการผิดสูตรการทำพระโบราณแต่นี่เป็นเพียงการพิจารณาขั้นตอนแรก
แต่ได้ผลมากกว่าการใช้เพียงตาดู หลังจากนั้นเราจะมาพิจารณาต่อไป
ถึงศิลปะการสร้างพระ ในแต่ละวิธี เช่น
1.
แบบเบ้าทุบ
2.
แบบบล็อกประกบตัดช่อ
3.
แบบเทลงเบ้า ในเนื้อชินต่าง
อีกทั้งเรายังนำคุณสมบัติเหล่านี้
ไปตรวจสอบว่าเป็นทองชุบหรือเปล่า โดยการใช้เทียบปริมาตรกับน้ำหนัก โดยการนำทองคำไปใส่ลงในภาชนะที่มีน้ำอยู่เต็ม
เพื่อไปทดแทนปริมาตร ทองหนัก 1 บาท
ได้ปริมาตร เท่านี้ นำไปเทียบกับโลหะที่ต้องการวิเคราะห์ต่อไป
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556
วิธีการจัดพิธีหล่อพระพุทธรูปต่างๆที่พระอุโบสถวัดสุทัศน์
วิธีการจัดพิธีหล่อพระพุทธรูปต่างๆที่พระอุโบสถวัดสุทัศน์
โลหะที่ใช้ในการหล่อพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ ต้องใช้โลหะ 9 อย่าง เรียกว่า นวโลหะ ซึ่งประกอบด้วย
ชินหนัก 1 บาท
จ้าวน้ำเงินหนัก 2 บาท
เหล็กละลายตัว 3 บาท
บริสุทธิ์ 4 บาท
ปรอท 5 บาท
สังกะสี 6 บาท
ทองแดง 7 บาท
เงิน 8 บาท
ทองคำ 9 บาท
มารวมกันใส่เบ้าหลอมให้กินกันดี แล้วแผ่ให้แบน เตรียมไว้เพื่อลงพระยันต์ 108 กับ นะ ปถมัง 14 นะ ครั้นได้ฤกษ์ยามดีก็ทำพิธีลงพระยันต์ในอุโบสถต่อไป
เครื่องพิธีในการลงพระยันต์ 108 กับนะ
ปถมัง 14 นะ จัดดังนี้
1.
เทียน-ทอง หนัก 4 บาท ไส้ 56 เส้น 1 คู่
2.
เทียน-ทอง หนัก 1 บาท ไส้
9 เส้น 5 คู่
3.
ข้าวตอก 5 กรวย
4.
ดอกไม้ 5 กรวย ( มักใช้ดอกบัวขาว เรียกว่า ดอกบุณฑรีกะ)
5.
แป้งกระแจะและน้ำมันหอม 7 อย่าง ( สำหรับจุณเจิม)
6.
ใบศรี ซ้ายขวา
7.
ศรีษะสุกร 1ศรีษะ
8.
มะพร้าว 1 กล้วย 1 และเครื่องกระยาบวช
9.
ผ้าขาว 2 ผืน ( ใช้ปูรองเครื่องสักการะ 1 ผืน และรองนั่ง 1ผืน
)
เมื่อตกแต่งเครื่องสักการะเรียบร้อยแล้ว
พอได้ฤกษ์ได้งามยามดีก็จุดธูปเทียนสักการะครูอาจารย์เสร็จแล้วเริ่มลงพระยันต์
108 กับ นะปถมัง 14 นะ ลงแล้วลบถมให้ได้ 108 ครั้ง
ชื่อพระยันต์ที่ลง มีดังนี้
1.
พระยันต์ ชื่อ
ประทุมจักร 5 ดวง
2.
พระยันต์ ชื่อ ภควัมบดี 5ดวง
3.
พระยันต์ ชื่อ พระไตรสรณาคม 3 ดวง
4.
พระยันต์ ชื่อ นวโลกุตรธรรม 1 ดวง
5.
พระยันต์ ชื่อ พระนรา 5ดวง
6.
พระยันต์ ชื่อ พระจตุราริยสัจจ์ 2 ดวง
7.
พระยันต์ ชื่อ พระรัตนตรัย 1 ดวง
8.
พระยันต์ ชื่อ พระจักรสิรโลก 9 ดวง
9.
พระยันต์ ชื่อ มงกุฎพระพุทธเจ้า 1 ดวง
10.
พระยันต์ ชื่อ พระบารมี 30 ทัศ 2 ดวง
11.
พระยันต์ ชื่อ สุกิตติมา 2 ดวง
12.
พระยันต์ ชื่อ ปถมังพระเจ้า 5 พระองค์ 5ดวง
13.
พระยันต์ ชื่อ พระยันต์องค์รักษ์ 4 ดวง
14.
พระยันต์ ชื่อ โสฬสมงคล 1 ดวง
15.
พระยันต์ ชื่อ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ 28 ดวง
16.
พระยันต์ ชื่อ ฆเฎสิ 1 ดวง
17.
พระยันต์ ชื่อ พระพุทธคุณ 7ดวง
18.
พระยันต์ ชื่อ พระนวภา 25 ดวง
19.
พระยันต์ ชื่อ พระชฎามหาพรหม 1ดวง
20.
พระยันต์ ชื่อ จตุโร 1 ดวง
รวม
108 พระยันต์
ลง
นะ ปถมัง 14 นะ ดังนี้
1.นะบังสมุทร
2.นะนาคบาศก์
3.นะวชิราวุธ
4.นะทน
5.นะกำจาย
6.นะปรีชาทุกทิศ
7.นะครอบจักรวาล
8.นะบังไตรภพ
9.นะบังเมฆา
10.นะสท้านดินไหว
11.นะกำจัด
12.นะปิด
13.นะปิดอากาศ
14.นะล้อม
รวม 14 นะ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




